ทำความรู้จักกับ คปอ สถานประกอบกิจการใดบ้างที่ต้องมี คปอ

หากพูดถึง คปอ หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับชื่อนี้ในสถานประกอบการที่เข้าข่ายต้องมีคณะ คปอ สถานประกอบกิจการใดบ้าง ?
ที่ต้องมีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.)

กฎกระทรวงแรงงาน ที่กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2549 ให้ใช้บังคับแก่กิจการหรือสถานประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้

(1) การทำเหมืองแร่ เหมืองหิน กิจการปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมี
(2) การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง เก็บรักษา ปรับปรุง ตกแต่ง เสริมแต่ง ดัดแปลง แปรสภาพ ทำให้เสีย หรือทำลายซึ่งวัตถุหรือทรัพย์สิน รวมทั้งการต่อเรือ การให้กำเนิด แปลง และจ่ายไฟฟ้าหรือพลังงานอย่างอื่น
(3) การก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน ทางรถไฟ ทางรถราง ทางรถใต้ดิน ท่าเรือ อู่เรือ สะพานเทียบเรือ ทางน้ำ ถนน เขื่อน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบาย ท่อน้ำ โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซหรือประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมหรือวางรากฐานของการก่อสร้าง
(4) การขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าโดยทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และรวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
(5) สถานีบริการหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซ
(6) โรงแรม
(7) ห้างสรรพสินค้า
(8) สถานพยาบาล
(9) สถาบันทางการเงิน
(10) สถานตรวจทดสอบทางกายภาพ
(11) สถานบริการบันเทิง นันทนาการ หรือการกีฬา
(12) สถานปฏิบัติการทางเคมีหรือชีวภาพ
(13) สำนกงานที่ปฏิบัติงานสนับสนุนสถานประกอบกิจการตาม (1) ถึง (12)
(14) กิจการอื่นตามที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด
**หมายเหตุ** กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง ระดับวิชาชีพ ระดับบริหาร คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานและหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ

คปอ. คือ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

หมวด ๒ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบกิจการ

ข้อ ๒๓ สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไปให้นายจ้างจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบกิจการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ หรือภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างครบห้าสิบคน โดยมีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้

(๑) สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไปแต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยคน

ให้มีกรรมการไม่น้อยกว่าห้าคน ประกอบด้วย

– นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างระดับบริหารหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ
– ผู้แทนนายจ้างระดับบังคับบัญชาหนึ่งคน เป็นกรรมการ
– ผู้แทนลูกจ้างสองคน เป็นกรรมการ
– โดยมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับเทคนิคขั้นสูงหรือระดับวิชาชีพ เป็นกรรมการและเลขานุการ

(๒) สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป แต่ไม่ถึงห้าร้อยคน

ให้มีกรรมการไม่น้อยกว่าเจ็ดคน ประกอบด้วย

– นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างระดับบริหารหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ
– ผู้แทนนายจ้างระดับบังคับบัญชาสองคน เป็นกรรมการ
– ผู้แทนลูกจ้างสามคน เป็นกรรมการ
– โดยมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพหนึ่งคน เป็นกรรมการและเลขานุการ

(๓) สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างห้าร้อยคนขึ้นไป

ให้มีกรรมการไม่น้อยกว่าสิบเอ็ดคน ประกอบด้วย

– นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างระดับบริหารหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ
– ผู้แทนนายจ้างระดับบังคับบัญชาสี่คน เป็นกรรมการ
– ผู้แทนลูกจ้างห้าคน เป็นกรรมการ
– โดยมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพหนึ่งคน เป็นกรรมการและเลขานุการ

เป็นยังไงกันบ้างหลายคงคงได้รู้จักกับ คปอมาขึ้นสำหรับใครที่ต้องการจะอบรม คปอ สามารถดูรายละเอียดได้ทาง website ของ ศูนย์ฝึกอบรมเซฟสิริ